อย่าได้อาย! คุยกับหมอสูยังไงให้ได้เรื่องมากที่สุด

มกราคม 25, 2021 | Bonné

Yes Mom

รู้สึกว่าการคุยกับหมอให้ได้เรื่องได้ราวมันยากใช่ไหม บางทีไม่รู้จะเล่าอาการยังไง ไม่รู้จะเล่ายังไงให้ไม่อาย หรือจริงๆ แล้วคุณแค่อยากเข้าใจว่าหมอน่ะ เขาอยากรู้อะไรบ้างเวลาเราไปหา บอกเลยว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบ เอาชนะความอายให้ได้ แล้วการไปหาหมอสูจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เตรียมตัวไปหาหมอ

วางแผน

ปกติแล้วการเข้าพบหมอจะมีเวลาแค่ประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้น (บางประเทศเขาให้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นด้วยนะ) แต่จริงๆ แล้วระยะเวลาการเข้าพบหมอไม่ได้สำคัญเท่ากับสาระที่เราได้หรือข้อมูลที่หมอได้รับจากเราเลย ดังนั้นก่อนไปพบหมอจึงควรร่างหรือนึกคร่าวๆ ในหัวก่อนว่าหัวข้อที่เราจะปรึกษาหมอเกี่ยวกับอะไร แล้วเราอยากถามอะไรหมอบ้าง ไม่ต้องละเอียดมากหรอกนะ อาจจะเป็นแค่อาการที่เรารู้สึก ความกลัว หรือความกังวลต่างๆ ที่เรามีเท่านั้นได้ เดี๋ยวหมอจะถามต่อเอง

ซื่อสัตย์

สิ่งสำคัญที่หมอต้องการจากเราคือความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์กับคำตอบที่บอกหมอ เพราะข้อมูลตรงนี้สำคัญมากสำหรับหมอในการแก้ปัญหาให้เรา นอกจากนี้ไม่ต้องกลัวหรืออายที่จะพูดถึงประเด็นที่กวนใจเรา แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเล็กน้อยหรือคิดว่าไม่เกี่ยวข้องเท่าไหร่ เพราะหน้าที่ของหมอส่วนหนึ่งน่ะก็คือการทำให้เรารู้สึกดีขึ้น แถมการเล่ารายละเอียดประกอบอาการที่เรามียังช่วยให้หมอเห็นภาพและเข้าใจสถานการณ์ของเรามากขึ้นอีกด้วย

บางเรื่องเป็นความลับหรอ ไม่ต้องกลัว เพราะหมอมีหน้าที่รักษาความเป็นส่วนตัวของเราด้วย แปลว่าหมอจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเราก่อนได้รับอนุญาตแน่นอน

ถามคำถาม

นอกจากคำถามที่เตรียมไปถามหมอแล้ว อย่ากังวลที่จะถามคำถามเพิ่มเติม บางครั้งหมออาจจะอธิบายเยอะมากจนเราตามไม่ทัน หรือเราอาจจะมีคำถามที่เพิ่งนึกได้ ใช้เวลาที่มีแล้วถามหมอให้เคลียร์ เพราะหมอไม่ได้ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาของเราโดยที่คุณไม่มีส่วนร่วม หมออยากให้เราเข้าใจอาการของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ตัดสินใจหรือหาแนวทางแก้ไขต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อตัวเราที่สุด

อย่ากลัวที่จะขัดหมอนิดนึงแล้วบอกว่า “ขอโทษนะหมอ ตามไม่ทัน หมออธิบายใหม่ได้ไหม”

สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการถามคำถามคือ การทวนสิ่งที่เราข้าใจให้หมอฟัง เพราะนอกจากจะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นแล้ว ยังช่วยบอกหมอได้ด้วยว่าเราเข้าใจถูกต้องหรือเปล่า

ให้ความร่วมมือกับหมอ

ก่อนจบการพูดคุยกับหมอ หมออาจจะแนะนำวิธีการรักษาหรือแก้ไขอาการให้เรา ซึ่งเราควรนำไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนั้นถ้าสิ่งที่หมอแนะนำเป็นอะไรที่เราคิดว่าน่าจะทำไม่ได้ อาจจะมีผลข้างเคียง หรือมีคำถามเพิ่มเติมก็ควรบอกหมอไปตรงๆ

หมอช่วยรักษาเราได้ แต่หมอก็อยากรักษาด้วยวิธีที่ดีต่อเราและทำให้เราสบายใจได้มากที่สุด ดังนั้นอย่ากลัวที่จะบอกหมอ ถ้าคิดว่าวิธีที่หมอแนะนำยังไม่ใช่วิธีที่เราคิดว่าเหมาะสม ลองถามหมอว่ามีวิธีอื่นไหม แล้วให้หมอเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียให้ฟัง หรือถ้าเราได้ศึกษาวิธีแก้ไขอาการหรือปัญหาที่มีคร่าวๆ มาแล้ว ลองถามหมอดูว่าวิธีที่เราดูๆ อยู่น่ะ ทำได้มากน้อยแค่ไหน

เรื่องที่ห้ามอายที่จะบอกหมอสู

เรื่องใต้สะดือสำหรับบางคนเป็นเรื่องที่น่าอายมากที่จะพูดถึง แต่ใต้สะดือนั้นก็ส่วนหนึ่งของร่างกายที่เราต้องคอยดูแลให้แข็งแรงนะ ถ้ามีปัญหาหรือเรื่องกังวลใจใดๆ จึงควรรีบปรึกษาหมอโดยไม่ต้องอาย เราน่ะอาจจะรู้สึกอาย แต่ขอบอกว่าสำหรับหมอสูแล้ว เรื่องใต้สะดือไม่ใช่เรื่องน่าอาย แถมหลายข้อมูลยังจำเป็นมากๆ ในการวินิจฉัยและหาวิธีรักษาอาการต่างๆ อีกด้วย

เอาล่ะ มีเรื่องอะไรบ้างนะที่ควรปรึกษาหมอสูบ่อยๆ แบบไม่ต้องอาย

  • ปวดนู่นนี่ตอนมีประจำเดือน อาการปวดระหว่างมีประจำเดือนอาจเป็นสัญญาณของโรคได้ ดังนั้นถ้าคุณมีอาการปวดมากและปวดติดต่อกันหลายรอบเดือน ควรบอกหมอทันที
  • อวัยวะเพศมีกลิ่น จริงๆ แล้วอวัยวะเพศมีกลิ่นเป็นเรื่องปกตินะ แต่ถ้าเป็นกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงก็อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้  ดังนั้นอย่าอายที่จะเล่าให้หมอฟังว่าเป็นกลิ่นแบบไหนอะไรยังไง
  • อวัยวะเพศมีตุ่มหรือก้อนเนื้อแปลกๆ สังเกตดูว่าตุ่มนั้นเป็นขนคุด สิว แผลจากการโกนขน หรืออย่างอื่น ปกติแล้วก้อนเนื้อแถวอวัยวะเพศจะไม่ใช่เนื้อร้าย แต่บอกคุณหมอไว้ก็จะได้ตรวจเพื่อความแน่ใจได้
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอวัยวะเพศแห้งผิดปกติ หรือรู้สึกเจ็บด้านในขณะมีเพศสัมพันธ์ หมอสูจะช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหาตรงนี้ได้
  • ประวัติการมีเพศสัมพันธ์ การเล่าให้หมอสูฟังว่ามีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่ มีคู่นอนมากี่คน ป้องกันหรือไม่ป้องกันด้วยวิธีไหนไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่ต้องกลัวว่าหมอจะว่าอะไร เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่หมอจะประเมินความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ โรคเหล่านี้ถ้าปล่อยไว้อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้นะ
  • คุมกำเนิด คุณกำลังอยู่หรือเปล่า คุมด้วยวิธีไหน เพราะการคุมกำเนิดส่งผลต่อระบบการเจริญพันธุ์ด้วย และบางครั้งก็ทำให้รอบเดือนแปรปรวน ดังนั้นข้อมูลนี้จึงช่วยให้หมอสูเข้าใจปัญหาของคุณมากขึ้น
  • ความต้องการทางเพศต่ำ แม้ว่าการไม่มีความต้องการทางเพศอาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้หญิงหลายคน แต่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องปกตินะ เพราะอาจเป็นผลข้างเคียงจากยาที่คุณกิน หรือเป็นสัญญาณหรือผลข้างเคียงของอาการบกพร่องบางอย่างในร่างกายได้ ดังนั้นการพูดคุยกับหมอสูเรื่องนี้จึงช่วยคัดกรองโรคและให้คุณแก้ปัญหาได้ตรงจุด
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้หลังคลอดลูก และหนักขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อย่าอายที่จะเล่าให้หมอสูฟัง เพราะหมอจะหาทางออกให้คุณได้

อายหรอ หมอสูเขาไม่สนใจเรื่องเหล่านี้หรอกนะ

  • คุณโกนขนอวัยวะเพศไหม
  • คำถามที่คุณถามน่ะแปลก (คิดไว้ว่าถ้าไม่ถามก็ไม่ได้คำตอบ ถึงแม้ว่าบางคำถามจะฟังดูแปลก แต่หมอน่ะยินดีไขข้อสงสัยให้คุณอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณเข้าใจอาการ การรักษาก็จะง่ายขึ้น)
  • ชีวิตรักและเซ็กส์ของคุณ (ถ้าหมอจะสนใจก็แค่เพื่อเป็นข้อมูลในการวินิจฉัยความเสี่ยงโรคเท่านั้น เขาไม่ตัดสินอะไรคุณหรอก)
  • อวัยวะเพศมีกลิ่น (จริงๆ หมอสนใจเพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ แต่ไม่ได้สนใจในแง่ที่ว่าจะแซวหรืออะไร)

สุดท้ายนี้ ไปหาหมอสูเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อตรวจเช็กสุขภาพภายในและป้องกันโรคที่อาจก่อตัวขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยนะคะ

การติดตามระดับฮอร์โมนก็จะช่วยให้เข้าใจอาการต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพภาวะเจริญพันธุ์ที่เกิดขึ้นได้นะคะ ชุดตรวจภาวะเจริญพันธุ์จาก Yesmom Fertility ที่คุณตรวจได้เองที่บ้าน และนำผลตรวจไปปรึกษาคุณหมอได้ด้วย ชุดตรวจครอบคลุมฮอร์โมนภาวะเจริญพันธุ์ถึง 6 ชนิด มาพร้อมผลวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนของคุณฉบับเข้มข้น เชื่อถือได้ แถมยังให้คำแนะนำว่า คุณควรทำความเข้าใจและจัดการภาวะเจริญพันธุ์ของคุณอย่างไรเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง