วางแผนมีลูก ต้องเริ่มต้นยังไง?

มีนาคม 2, 2021 | Bonné

Yes Mom

In Brief

  • เมื่อพร้อมมีลูก ขั้นตอนแรกอาจจะไม่ใช่เซ็กส์แบบไม่ป้องกัน แต่คือการปรึกษาหมอ
  • ร่างกายของผู้หญิงบางคนอาจพร้อมมีลูกในไม่กี่เดือน แต่บางคนอาจจะใช้เวลามากกว่านั้น
  • ในขั้นตอนเตรียมพร้อมก่อนมีลูกไม่ได้มีอะไรมากเลย แค่วางแผน ปรึกษาหมอเพื่อเช็กสุขภาพ รับคำแนะนไ หลีกเลี่ยงอาหารและสิ่งแวดล้อมที่จะไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ และอย่าเครียด หลักๆ ก็เท่านี้เอง

“เอาล่ะ เราจะ วางแผนมีลูก แล้ว” เมื่อตัดสินใจแบบนี้ได้เมื่อไหร่ หลายคู่อาจจะสงสัยว่า แล้วขั้นตอนต่อไปคืออะไรนะ? เอาจริงๆ อึดอัดอยู่นะ เพราะข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมีเยอะมากเวอร์จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน จะพิมพ์คำว่าอะไรเข้าไปในกูเกิ้ลดี เยสมัมน่ะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี วันนี้เลยจะมาแนะนำเป็นขั้นเป็นตอนเลยค่ะ เมื่อพร้อมมีลูกแล้ว ต้องเริ่มทำอะไร

ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจก่อนว่ามีหลายปัจจัยมากเลยล่ะที่จะทำให้มีลูกได้อย่างแข็งแรงและปลอดภัย ดังนั้นขั้นตอนแรกในการ วางแผนมีลูก จึงอาจไม่ใช่การมีเซ็กส์แบบไม่ป้องกันทันที แต่อาจจะเป็นการปรึกษาหมอหรือหาความรู้ต่างๆ ให้ครบถ้วน แล้วก็อย่าลืมว่า ร่างกายของเราแต่ละคนนั้นต่างกัน ผู้หญิงบางคนอาจจะพร้อมมีลูกภายในไม่กี่เดือน (หลังจากตัดสินใจจะมีลูก) แต่บางคนอาจจะใช้เวลามากกว่านั้น

อ่าน: รอบเดือน อายุ สุขภาพ และอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการตั้งครรภ์แค่ไหน

ขั้นตอนที่ 1 วางแผนมีลูก แล้วทำให้สำเร็จ

ตอนยังไม่พร้อมมีลูกยังต้องวางแผนเลยว่าจะป้องกันยังไง กินยาคุมแบบไหน ตอนนี้ที่ วางแผนมีลูกแล้ว ก็อย่าลืมเขียนโน้ตตัวใหญ่ๆ แปะตู้เย็นเอาไว้ว่า ‘เราจะมีลูกกันแล้วนะ’ แล้วศึกษาว่าต้องเปลี่ยนแปลงสุขภาพและไลฟ์สไตล์กันยังไงบ้าง เพื่อให้แข็งแรงพร้อมมีลูก และมีลูกที่เกิดมาแข็งแรง จดโน้ตแปะไว้อีกที แล้วทำให้สำเร็จ!

อ่าน: 2021 Resolution: 10 ข้อเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้มีลูกง่ายขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 ปรึกษาคุณหมอเรื่อง วางแผนมีลูก

ก่อนที่จะทำตามเป้าหมายแล้วปล่อยให้มีลูกจริงๆ ควรไปปรึกษาคุณหมอก่อน เพราะคุณหมอจะถามคำถามและแนะนำสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยให้แข็งแรงทั้งแม่และลูก โดยถ้าคุณหมอไม่ได้ถาม ก็อย่าลืมบอกคุณหมอเรื่องต่อไปนี้นะ

  • อาการทางสุขภาพ – หากคุณและคู่รักมีปัญหาทางสุขภาพอยู่ ยังไม่หายดี ก็ควรถามคุณหมอด้วยว่าอาการนี้จะส่งผลต่อการมีลูกหรือเปล่า แล้วต้องจัดการยังไง
  • ยาที่กิน – หากคุณต้องกินยาอะไรอยู่เป็นประจำ หรือเคยกินเป็นเวลานานแล้วเพิ่งหยุดไป ก็ควรถามคุณหมอด้วยนะว่า ยาชนิดนั้นๆ จะส่งผลอะไรต่อการตั้งครรภ์ไหม
  • ไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อม – หากคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ฯลฯ ก็ควรบอกคุณหมอด้วย คุณหมอจะได้ให้คำแนะนำในการจัดการที่ถูกต้อง
  • การเตรียมตัวอื่นๆ – บางกรณีอาจจะมีวัคซีนที่ต้องฉีด หรืออะไรอื่นๆ ที่ต้องตรวจ คุณควรถามหมอด้วยว่ามีอะไรที่จำเป็นสำหรับคุณอีกไหม

เดี๋ยวคราวหน้าจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ควรตรวจเมื่อวางแผนมีลูกมาให้อ่านกันนะคะ 🙂

ขั้นตอนที่ 3 เริ่มกินกรดโฟลิกทุกวันเมื่อ วางแผนมีลูก

หลังจากปรึกษาคุณหมอแล้ว ก็มาเริ่มเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับการมีลูกด้วยการกินกรดโฟลิกปริมาณ 400 ไมโครกรัม วันละ 1 เม็ด เพื่อป้องกันไม่ให้ทารกมีความบกพร่องทางสมองหรือกระดูกสันหลัง

ขั้นตอนที่ 4 หยุดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เพราะว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารอันตรายต่างๆ นั้นไม่ดีต่อสุขภาพ อาจทำให้ร่างกายไม่พร้อมมีลูก มีลูกยาก อาจทำให้ทารกที่เกิดมามีความบกพร่อง และอาจเพิ่มความเสี่ยงแท้งลูกได้

ขั้นตอนที่ 5 หลีกเลี่ยงการต้องสัมผัสสารเคมีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารพิษ

หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือสูดรับสารเคมีทุกชนิด เช่น สารเคมีสังเคราะห์ โลหะ ปุ๋ยเคมี ยากำจัดแมลงทุกชนิด สารคัดหลั่งจากแมวหรือหนูในบริเวณบ้านหรือที่ทำงาน เพราะสารเหล่านี้ (แม้จะปริมาณเล็กน้อย) สามารถทำลายระบบการเจริญพันธุ์ได้ ซึ่งจะทำให้มีลูกสำเร็จยากขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิด และพัฒนาการของทารกจนถึงช่วงวัยรุ่นที่อาจกลายเป็นโรคต่างๆ เลยทีเดียว

ขั้นตอนที่ 6 ควบคุมนำ้หนักให้อยูในเกณฑ์ปกติ

น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไปสามารถบอกได้ว่า ร่างกายอาจจะมีไขมันมากหรือน้อยเกินไป หรืออาจจะมีสารอาหารไม่ครบ จึงอาจทำให้การตั้งครรภ์ยากขึ้นได้ ดังนั้นคุณควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเพื่อเตรียมพร้อมในการมีลูก

ขั้นตอนที่ 7 ขอความช่วยเหลือหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง

การใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะรูปแบบไหนต่างเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ทั้งสิ้น หากคุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่มีการใช้ความรุนแรง คุณควรขอความช่วยเหลือทันทีค่ะ เพราะความรุนแรงอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บและอาจสร้างความเครียด ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ไม่เป็นมิตรต่อการตั้งครรภ์แน่นอน

ขั้นตอนที่ 8 เรียนรู้ประวัติครอบครัว

โรคหรืออาการบกพร่องทางพันธุกรรมสามารถส่งต่อกันภายในครอบครัวได้ ดังนั้นก่อนตั้งครรภ์ คุณควรพูดคุยกับคนในครอบครัวถึงโรคหรือความบกพร่องต่างๆ ที่พวกเขามี (ที่เราอาจจะไม่รู้) เพื่อศึกษาว่าจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ของคุณไหม ถ้าจะให้ดีที่สุดก็อย่าลืมนำไปพูดคุยกับคุณหมอด้วย

ขั้นตอนที่ 9 ดูแลสุขภาพใจ

สุขภาพจิตใจรวมความรู้สึกนึกคิดของเราทั้งหมด หากคุณมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออาการอื่นๆ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำก่อนการมีลูก

ขั้นตอนที่ 10 ขอให้ตั้งครรภ์ได้สมใจและแข็งแรง

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อพร้อมแล้วก็เริ่มปล่อยได้เลย แต่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ให้ดีตลอดการตั้งครรภ์ด้วยนะ

การตรวจฮอร์โมนเป็นหนึ่งในการวางแผนมีลูกที่น่าสนใจ ไม่ว่าคุณจะพร้อมแล้วหรือยังไม่พร้อม การตรวจฮอร์โมนจะช่วยคัดกรองระบบภายในให้คุณได้ว่า คุณมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน

ชุดตรวจภาวะเจริญพันธุ์จาก Yesmom Fertility ที่คุณตรวจได้เองที่บ้านครอบคลุมฮอร์โมนภาวะเจริญพันธุ์ถึง 6 ชนิด มาพร้อมผลวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนของคุณฉบับเข้มข้น เชื่อถือได้ แถมยังให้คำแนะนำว่า คุณควรทำความเข้าใจและจัดการภาวะเจริญพันธุ์ของคุณอย่างไรเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง